ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > ทั่วไป > ดูลักษณะนิสัยคน

ดูลักษณะนิสัยคน


คุณอาดูลักษณะนิสัยคนได้อย่างไรวิธีไหนและจัดแบ่งนิสัยคนเป็นกีประเภท และมีวิธีเลือกใช้จัดคนให้เหมาะกับงานอย่างไรครับ



ผู้ตั้งกระทู้ อนันต์ :: วันที่ลงประกาศ 2008-08-28 12:44:13


[1]

ความเห็นที่ 1 (1296465)

เป็นคำถามที่สั้น กระชับ ตรงประเด็นง่ายๆ  แต่ยากมาก  สำหรับการทีจะตอบให้ สั้น กระชับ และตรงประเด็นได้อย่างคำถาม  เพราะคำตอบที่แจริงนั้น  คือวิชาที่ต้องเรียนกันหลายปี  คือตำราที่หากเอามาตั้งเรียงกันแล้วสูงท่วมหัวแน่  คือประสบการณ์ที่ต้องใช้เวลาสั่งสมกันเป็นสิบๆปี  คือประวัติภูมิหลังและสิ่งแวดล้อมของวิถีชีวิต   การเติบโต  การอบรมสั่งสอนตั้งแต่เด็กจนโต  คือสถานการณ์และเงื่อนไขของชีวิตที่แต่ละคนเผชิญ  ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะหาทางตอบคุณอย่างไรดี   ให้เข้าใจง่ายที่สุด  สั้นที่สุดได้  ยิ่งเรื่องการจัดแบ่งนิสัยคน  แยกแยะเป็นกี่ประเภท  ประเภทไหนเหมาะกับงานอย่างไร  แบบเชิงทฤษฎีวิชาการ  ยิ่งทำให้ผมหนักอกหนักใจเข้าไปใหญ่  เพราะวิธีของผมมันเป็นวิธีธรรมชาติ  มันมาจากคอนม่อนเซนส์  มันมาจากประสบการณ์ล้วนๆ  ขอเวลาคิดหน่อยนะครับ  ว่าสั้นและเข้าท่าจะทำยังไง  คุณพลชัยพอจะแนะนำอะไรได้บ้างไหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุจินต์ จันทร์นวล วันที่ตอบ 2008-08-29 10:21:25


ความเห็นที่ 2 (1296543)

อืมม ..ถามสั้นจริงๆ  ขอเรียบเรียงความคิดนิดนึงนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พลชัย เพชรปลอด วันที่ตอบ 2008-08-29 21:01:39


ความเห็นที่ 3 (1296657)

อย่างที่บอกว่า  ผมใช้คอมม่อนเซนส์ในการคิดและพิจารณาเรื่องคน   จากประสบการณ์และความเข้าใจ  การเรียนรู้ของผมเอง  ผมว่าลักษณะนิสัยคนมีสามแบบ  คือดี  ไม่ดี  และพอใช้

คนส่วนใหญ่เก้าสิบเก้าเปอร์เซนต์เป็นคนที่พอใช้   คือมีทั้งส่วนดีและไม่ดีอยู่ด้วยกัน  แต่ละคนก็จะมีเปอร์เซนต์ด้านดีและไม่ดีต่างกันไป  ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผมอยู่ในสังคมและคลุกคลีกับคนประเภทพอใช้เป็นส่วนใหญ่  คือคนประเภททำมาหากินโดยสุจริต  ไม่ว่าจะเป็นาย  เป็นเพื่อน  เป็นลูกน้อง  เป็นลูกค้าเป็นคู่ค้าของผม   ดังนั้นไอ้แบบที่นิสัยดีจนไม่มีที่ติผมยังไม่เจอสักเท่าไหร่   มีแต่ส่วนดีในตัวในใจเขา  มากกว่าส่วนไม่ดีจนเทียบกันไม่ได้   ไอ้แบบที่นิสัยไม่ดีนิสัยแย่จริงๆผมก็จะไม่คบค้าสมาคมด้วย

ดังนั้นวิธีมองคนของผมจึงมองในแง่ดีก่อนเป็นอันดับแรก  แบบว่าทุกคนที่ผมรู้จักและต้องเกี่ยวพันด้วย  ผมจะมองพวกเขาให้คะแนนพวกเขาว่าเป็นคนดีนิสัยดีก่อนเลย   เมื่อเวลาผ่านไป  เหตุการณ์ผ่านไป   ตัวตนและนิสัยใจคอของคนๆนั้นก็จะเผยออกมาให้เห็น  ว่าที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร   มีนิสันในส่วนดีกี่เปอร์เซนต์  ส่วนเสียส่วนไม่ดีกี่เปอร์เซนต์   หักกลบลบหนี้กันแล้วดีมากกว่าเสียหรือเสียมากกว่าดี   เหมือนกับผมตั้งคะแนนให้ทุกคนไว้ร้อยเต็ม   เมื่อเขาแสดงอะไรๆที่ไม่ดีออกมา  พูดอะไรแย่ๆออกมา  ผมก็จะเอามาหักออกจากร้อย  หักไปเรื่อยๆ  จนหมดทุกแง่ทุกมุมแล้ว  ลบออกจากร้อยแล้วเหลือเท่าไหร่   นั่นคือผมจะสามารถสรุปและอ่านนิสัยใจคอเขาได้หมด   ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ต้องใช้เวลา   ใช้สถานการณ์  และเงื่อนไขต่างๆของเหตุการณ์ที่เขาเผชิญ  วิธีแก้ปัญหาและแนวคิดในการเอาตัวรอกของเขาจะทำให้อ่านออกได้  ถึงนิสัยใจคอที่แท้จริงภายใน

หมายความว่าผมสามารถจะแยกแยะออกว่านิสัยใจคอส่วนดีของเขา  มีตรงไหนอย่างไรบ้าง  ส่วนไม่ดีของเขาคืออะไรบ้าง   อย่างสมมุติว่า  เขาเป็นคนที่หัวดี  เรียนรู้อะไรได้รวดเร็ว  ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่เขาเป็นคนกร้าวร้าว  พูดจาและทำตัวไม่มีมนุษย์สัมพันธ์เอาเลย   เรียกว่าเป็นคนเก่งก็จริง  แต่คนอื่นไม่ชอบไม่ยอมรับ 

คนแบบนี้ผมจะอ่านว่า   นิสัยน่าจะเป็นคนที่ค่อนข้างจะเอาตัวเองเป็นใหญ่   เชื่อมั่นในตัวเองสูงว่างั้นเหอะ  คือคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง  ก็แปลว่าไม่ค่อยจะเชื่อคนอื่นเท่ากับเชื่อตัวเอง  ซึ่งก็น่าจะพาดไปถึงเรื่องนิสัยดื้อรั้นด้วย   และคนดื้อรั้นก็มักจะไม่ฟังเสียงคนอื่น  ไม่ฟังคนอื่นก็เพราะเชื่อว่าตัวเองฉลาดกว่า   เมื่อคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าก็มักจะรู้สึกเหนือกว่าคนอื่น  เมื่อรู้สึกเหนือกว่าก็เลยค่อนข้างจะไม่แคร์ไม่เห็นความสำคัญของคนอื่น  เมื่อรูสึกอย่างนั้นมันก็เลยออกมาทางคำพูดและการแสดงออกกับคนอื่น  และนี่คือสิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ  ไม่ยอมรับ  ก็ใครจะไปยอมรับคนที่มาพูดจาดูถูกเหยียดหยาม  หรือทำเหมือนกับเรางี่เง่าได้   ซึ่งสิริรวมก็เรียกว่าคนไม่มีมนุษย์สัมพันธ์

คนไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ก็แปลว่าเข้ากับคนอื่นยาก   และมันยังโยงไปถึงการไม่ยอมรับของผู้คน  ถ้าคนๆนี้เป็นลูกน้องผม  ถึงเขาจะเก่งปานไหน  งานจะเจ๋งล้ำเลิศ  แต่ผมจะไม่ผลักดันให้เขาขึ้นมาเป็นหัวหน้าเป็นผู้จัดการเด็ดขาด  เพราะหากให้เป็น   ก็เท่ากับจะสร้างปัญหาในเรื่องการบริหารลูกน้องทันที  ลูกน้องระดับล่างๆที่ดีๆอาจทนนิสัยเขาไม่ได้  และอยู่ไม่ได้ลาออกไป  มันจะกลายเป็นว่าผมเสียลูกน้องเก่งๆไปคนหนึ่ง  โดยให้มาเป็นหัวหน้าห่วยๆ  และเสียลูกน้องนิสัยดีคนอื่นๆไปด้วย   เขาอยู่ที่เดิมเขาเก่ง   แต่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าไม่ได้แปลว่าเขาจะบริหารคน  หรือนำคนได้เก่งเหมือนงานเขา  แบบนี้เรียกว่าเสียสองเลยสำหรับคนๆนี้

วิธีคิดแบบนี้ไงครับที่เรียกว่าใช้คอมม่อนเซนส์   นี่หมายถึงว่าการอ่านนิสัยใจคอ   แบบที่ต้องใช้เวลาและเหตุการณ์เป็นแฟ็คเตอร์สำคัญ  ก็คือได้ทำงานร่วมกันแล้ว  ได้พูด ได้คุย ได้ใกล้ชิด  ได้สังเกตุ ได้ทดสอบ  ในหลายๆวิธีการ  ทีนี้ผมเดาว่าคุณกำลังอยากแย้งว่า  แล้ววิธีอ่านนิสัยใจคอก่อนหน้านั้นล่ะทำยังไง  โดยเฉพาะอีตอนคัดเลือกตอนสัมภาษณ์คนนั่น  มันหยั่งงี้ครับ

คือผมเชื่อว่าคนเราหากได้พูดคุยกัน  ก็พอจะคาดคะเนนิสัยใจคออะไรกันได้  ไม่มากก็น้อย  เป็นต้นว่าเพิ่งคบหากับใครบางคน  หากเขาเป็นคนพูดจาดี    ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ  ให้เกียรติ  ดูลักษณะนอบน้อมถ่อมตน  กิริยาท่าทางดูดีมีสัมมาคารวะ  สิ่งที่จะอ่านนิสัยใจคอกันเบื้องต้นก็น่าจะเป็นว่า  คนนี้นิสัยดีนะ  น่าจะได้รับการอบรมที่ดีมา  สถานะทางครอบครัวก็น่าจะดี มีสกุลรุนชาติ  การศึกษาน่าจะสูง  อะไรทำนองนี้ใช่ไหมครับ

แต่สิ่งที่ยังไม่รู้ก็คือข้างในที่แท้จริงเป็นอย่างไร  อะไรที่ซ่อนอยู่ในจิตใจบ้าง  อย่างเช่นคนๆนี้จะเป็นคนที่ซื่อสัตย์ไหม  คนๆนี้ขี้อิจฉาริษยาหรือเปล่า  คนๆนี้แกล้งพูดจาแสดงออก  หรือเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา  เป็นนักการพนันหรือเปล่า  นิสัยกล้าได้กล้าเสียมั้ย  หรือขี้ขลาด  การตัดสินใจเป็นยังไง  ชอบไม่ชอบอะไร  เกลียดอะไรกลัวอะไร  มีความคิดเห็นในเรื่องนั้นเรื่องนี้ยังไง

เหล่านี้ก็คือโจทย์ที่ต้องการคำตอบ  ผมก็จะพยายามป้อนคำถามและยกเคสต่างๆขึ้นมา  ให้เขาคิดและช่วยออกความเห็น  โดยใช้โจทย์แต่ละข้อนั่นแหละเป็นเนื้อเรื่อง  อย่างเช่นว่าถ้าเป็นคุณๆจะทำอย่างไรและคิดอย่างไร  เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ๆ   คือยิ่งทำให้เขาไม่เครียดไม่เกร็งในการพูดคุยกับเราเท่าไหร่   ตัวตนที่ใกล้เคียงความเป็นจริงขิงเขาก็จะออกมามากเท่านั้น  กุญแจคัญมันอยู่ที่การตั้งคำถามที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา   เพราะมันซ่อนจุดประสงค์ไว้เมื่อได้รับคำตอบ  คำตอบเหล่านั้นสามารถเอามาแปลได้  ว่ามันตรงกับโจทย์ที่เราตั้งไว้หรือไม่

ผมคิดว่าผมพออ่านนิสัยใจคอคนที่จะมาเป็นลูกน้องออก  ได้กว่าครึ่งของความเป็นตัวเขา   ที่เหลือต้องอาศัยเวลาและการทดสอบ  และส่วนที่คิดว่าอ่านออกนั้น  ก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบเสียก่อนเช่นกันด้วยกาลเวลา  คือไม่ได้เชื่อมั่นตัวเองขนาดฟันธงว่าคนนี้เป็นหยั่งงั้นหยั่งงี้  จากการแค่ได้คุยได้สัมภาษณ์แค่นั้น  แม้จะใช้เวลาหลายชั่วโมงก็เถอะ

ทีนี้มาถึงเรื่องเลือกใช้คนตามนิสัยใจคอให้เหมาะกับงาน  วิธีคิดก็เหมือนเดิมแหละครับ  ผมเริ่มคิดตรงที่งานก่อน  ว่างานนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง  ยากง่ายแค่ไหน  ต้องใช้คนที่มีความรู้แขนงไหนระดับไหนทำ  งานลักษณะนี้ต้องใช้คนแบบไหน  มีคุณสมบัติอย่างไร  ถึงจะทำงานนี้ให้ดีมีประสิทธิภาพได้  เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย  อายุประมาณสักเท่าไหร่ ฯลฯ  พูดง่ายๆคือกำหนดสเป็คของงานก่อนอันดับแรก  แล้วจึงค่อยมากำหนดสเป็คของคน  ว่าคนๆนั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง  มีนิสัยใจคอเป็นอย่างไร   วางสเป็คได้แล้ว  จึงมามองคนแต่ละคน  ที่เรามีข้อมูลในการอ่านเขาไว้เรียบร้อยแล้ว   ว่าคนไหนถึงจะตรงหรือใกล้เคียงกับสเป็คที่วางไว้บ้าง

คือหากคิดแบบนี้รับรองไม่มีพลาดหรอกครับ  ไอ้ที่พลาดๆกันเพราะไปเริ่มต้นคิดที่เรื่องคนก่อน  และใช้ความรู้สึกตัดสินเอา  แบบคอมม่อนเซนส์ของผม  ผมมองที่งานแล้วค่อยมองที่คน  เพราะงานมันฟิ๊กตายตัว  มันต้องทำอย่างนั้น  หนึ่งสองสาม.. ผลสำเร็จคืออย่างนั้น  ส่วนคนมีหลากหลายแบบ  ก็อยู่ที่ว่าเราจะเลือกแบบไหนที่ลงตัวกับงาน  ดังนั้นจึงต้องเอางานเป็นหลักในการตั้งต้น  ถูกไหมครับ

เอาละครับผมพยายามเต็มที่แล้วให้สั้นที่สุดได้เนื้อหาที่สุด  อ่านแล้วคิดทุกตัวอักษรเลยนะครับ  อยู่ในนี้แหละเรื่องการอ่านนิสัยใจคอคน  ผมไม่ได้ทบทวนสิ่งที่เรียบเรียงนี้  บางทีคุณพลชัยอาจจะปะชุนหรือเสริมรอยที่ยังมีรูโหว่อยู่ให้ด้วยก็จะดีนะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุจินต์ จันทร์นวล วันที่ตอบ 2008-08-30 22:01:50



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.